วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

ผมจะปลูกพืชผสมผสานอย่างไร

ผมจะปลูกพืชผสมผสานอย่างไร
1. เราจะต้องถางหญ้าและพรวนดินและนำเมล็ดมาใส่แล้วเอาน้ำรดและหาฟางมาวางทับไว้บนดินเพื่อจะได้ให้พื้นที่ชื่นอยู่เสมอ
2. ไม่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูกและไม่ใช่ปุ๋ยเคมีแต่ใช่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักแทน
3. ดินต้องปรับปรุงเพื่อให้ข้ากับสภาพของพืชได้ดีคือการขุดพลิกหน้าดินขึ้นมา
4. วางแผนการปลูกไว้ว่าควรปลูกแบบไหนอย่างไรเพื่อจะได้ผักที่มีคุณภาพ
5. เมื่อปลูกพืชผักจนโตพอที่ขายได้แล้วก็ทำการขุดรากออกแล้วนำเมล็ดพันธ์พืชผักมาปลูกแซมไว้ เช่น ปลูกผักคะน้าเมื่อคะน้าโตพอที่จะขายได้ก็ถอนแล้วนำข้าวปลูกแทน
6. เมื่อผลิตออกให้ในจำนวนมากเราก็สามารถเก็บไว้กินเองแล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็เอาไปขาย เช่น มะเขือเทศ พริก ถั่วเขียว เป็นต้นเมื่อเป็นรายได้เสริมของครอบครัว

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2550

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2550

เครื่องมือและอุปกรณ์ในการปลูกพืช

เครื่องมือเกษตร หมายถึง อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยทุนแรงและอำนวยความสะดวกในการทำงาน เครื่องมือเกษตรที่ดีควรมีลักษณะเหมาะสมกับประเภทของนั้นๆและอยู่ในสถานที่พร้อมใช้งานช่วยให้ทำการเกษตรมีประสิทธิภาพดีทำได้รวดเร็วและได้ผลดียิ่งขึ้นประเภทของเครื่องมือเกษตร แบ่งของเครื่องมือเกษตรแบ่งตามลักษณะของการใช้งานดังนี้
เครื่องมือใช้กับงานดิน เครื่องมือประเภทนี้ใช้สำหรับการทำงานเกษตรที่เกี่ยวข้องกับงานดินต่างๆเช่น การเตรียมพื้นที่การปรับปรุงดินการผสมดิน
เครื่องมือใช้ในการให้น้ำ เครื่องมือใช้ในการให้น้ำเครื่องมือประเภทนี้ส่วนใหญ่ใช้ในการดูแลรักษาพืช เช่น การให้น้ำพืช การให้ปุ๋ยบางชนิดการให้สารเคมีรวมทั้งการใช้ฮอร์โมนบางชนิดแก่พืช
เครื่องมือตัดแต่งกิ่งและขยายพันธุ์พืช
จอบ เป็นเครื่องมือที่สำคัญมากในการขุดดินในแปลงปลูกพืชสมุนไพร จอบมี 2 ชนิดคือ
จอบขุด หน้าจอบจะเว้นลึก ด้านข้างทั้งสองจะเรียวแหลมคมเพื่อให้ขุดลงไปในดินได้มากขึ้น จอบขุดมีลักษณะแข็งแรงมีน้ำหนักและความหนามากกว่าจอบชนิดอื่นๆใช้สำหรับขุดดินที่มีความแข็งและเหนียว เช่น การขุดดินครั้งแรกของการเตริยมดินปลูก เพื่อพลิกหน้าดินหรือบกร่องแปลงปลูกพืช
จอบถากหน้าจอบตัดตรงเสมอกันมีน้ำหนักเบากว่าจอบขุดใช้ในกรถากหญ้าและผสมดิน นอกจากนั้นยังเหมาะที่จะใช้พรวนดินหรือย่อยดินภายหลังจากการขุดให้เป็นก้อนเล็กได้อีกด้วย
จอบขุด จอบถาก
เสียม เป็นเครื่องมืออีกอย่างที่ใช้ขุดแต่มักจะใช้ขุดดินที่ค่อนข้างลึกหรือขุดหลุมปลูกพืชหรือใช้พรวนดินให้เป็นก้อนเล็กๆก่อนการปลูกและใช้พรวนดินกำจัดวัชพืชภายหลังการปลูกพืชด้วย
เสียม
พลั่ว พลั่วมี 2 ชนิด คือ
พลั่วหน้าแหลม ใช้สำหรับตักดิน ทราย หรือ ปุ๋ย
พลั่วหน้าตัดตรง ใช้สำหรับผสมดิน
พลั่วหน้าตัดตรง พลั่วหน้าแหลม
ช้อนและส้อมพรวน เป็นเครื่องมือขนาดเล็กใช้ได้สะดวกใช้ในการตักดินปลูก พืชและใช้พรวนดินภายหลังการปลูกพืชเพื่อให้ดินร่วนซุย
ช้อน ส้อมพรวน
ปุ้งกี๋ใช้ในการขนดินหรือปุ๋ย
ปุ้งกี๋
คราดใช้ในการลากวัชพืชที่ค้างอยู่ตามหน้าดินและยังใช้ปรับระดับดินให้เรียบอีกด้วย
คราด

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

การปลูกต้นสาวน้อยประแป๋ง

การบ้านให้นักเรียนเขียนรายงานการปลูกไม้ประดับในกระถางให้นักเรียนนำอุปกรณ์ในวันอังคาร ที่29 มิถุนายน พ.ศ.2550
การปลูกต้นสาวน้อยประแป๋ง
สาวน้อยประแป้ง เป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงดูแลรักษาง่าย ต้องการแสงแดดหรือแสงสว่างมากแต่ก็สามารถเจริญงอกงามได้ดีในที่มีแสงแดดรำไร แต่ถ้าให้ถูกแสงแดดโดยตรงจะทำให้ใบไหม้ได้ หากได้รับแสงเพียงด้านใดด้านหนึ่งจะทำให้ต้นเอียงไปทางด้านที่มีแสงมากกว่า ชอบสภาพดินฟ้าอากาศที่มีความชื้นสูง แต่บางชนิดก็สามารถปรับตัวให้อยู่ในที่มีความชื้นในอากาศปานกลางได้ได้ สำหรับดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินที่มีส่วนผสมของอินทรีย์วัตถุ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมัก ระบายอากาศ ระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำขังแฉะหรือแห้งเร็วเกินไป ปุ๋ยเคมีควรใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 10-10-10, 15-15-15 ในปริมาณน้อยๆ หรืออาจใช้ปุ๋ยละลายช้าเพื่อค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่ต้นก็
ได้

การปลูกดอกกระเจียว



ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cercuma alismatifolia Gagnep
ชื่อไทย : กระเจียว , ปทุมมา , บัวสวรรค์ ชื่อสามัญ : Siam Tulip , Patummaชื่อการค้า : Curcuma Sharome สกุลย่อย : Paracurcumaกลุ่ม : Patummaทรงต้น : คล้ายกล้วยถิ่นกำเนิด : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ลักษณะทั่วไป : - ทรงพุ่มสูงประมาณ 55 เซนติเมตร กว้างประมาณ 50 เซ็นติเมตร ลำต้นเทียมสูงประมาณ 30 เซ็นติเมตร - ใบ กาบใบสีเขียวโคนสีแดง ก้านใบยาวประมาณ 10 เซ็นติเมตร ใบเป็นรูปรีค่อนข้างแคบ กว้าง 7.5 เซ็นติเมตร ยาว 32 เซ็นติเมตร แผ่นใบเรียบไม่มีขน บริเวณเส้นกลางใบอาจมีสีแดง ไม่มีเส้นลอย- ดอก ช่อดอกเกิดจากปลายลำต้นเทียม ก้านช่อดอกยาวประมาณ 50 เซ็นติเมตร ใบประดับสีเขียว บางครั้งอาจมีสีม่วงชมพูแต้มบ้าง ใบประดับไม่มีขน ขนาดกว้างประมาณ 2 เซ็นติเมตร ยาว 2.5 เซ็นติเมตร ใบประดับส่วนบนมีสีชมพูอมม่วง กว้าง 3.2 เซ็นติเมตร ยาว 5.5 เซ็นติเมตร จำนวนใบประดับส่วนบนจะแตกกันตามพันธุ์ และความสมบูรณ์ของต้น ดอกสีขาวปากสีม่วง ปากมีสันตามแนวยาว 2 สัน ด้านในของสันเป็นสีเหลือง กลีบสเตมิโนดมีสีขาวขนานกัน อับละอองเรณูป่องตลอดอัน
การขยายพันธุ์ : การเพาะเมล็ด , การแยกเหง้า , การผ่าเหง้า , การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสภาพปลูกที่เหมาะสม : ดินร่วนระบายน้ำดี อินทรีย์วัตถุสูง แสงจัด ประโยชน์ : ไม้ตัดดอก ไม้ดอกกระถาง ไม้ดอกประดับแปลงจำนวนโครโมโซม ( 2n ) : 32เวลาพร้อมผสม : 07:30 - 10:00 นาฬิกา
ประโยชน์และสรรพคุณ :ดอกกระเจียวทานได้ ให้นำดอกอ่อนมาลวกจนสุกจิ้มกับน้ำพริก หรือจะกินดอกสดก็ได้ บางบ้านนิยมนำมาทำแกงส้ม หรือไม่ก็นำมาแกล้มกับขนมจีน ลาบ ก้อยดอกกระเจียวมีรสเผ็ดร้อน และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ มีสรรพคุณช่วยขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้มดลูกอักเสบสำหรับสตรีหลังคลอด

การปลูกพริกขี้หนู


การปลูกพริกขี้หนู
การเพาะกล้าพริกขี้หนู
เตรียมดินละเอียดผสมปุ๋ยคอก ใส่ในภาคเพาะ
หยอดเมล็ดพริกขี้หนูหลุมละ 1-2 เมล็ด โดยใช้ไม้จิ้มผลไม้กดเป็นรูก่อน
กดดินราดหน้าหลุมแล้วรดน้ำ ควรป้องกันมด แมลงคาบเมล็ดโดยใช้ปูนขาวโรยเส้นรอบรูปล้อมถาดไว้
หลังเพาะ 7-10 วันเมล็ดเริ่มงอกหมั่นรดน้ำจนกระทั่ง 25-30 วันจึงย้ายกล้าปลูกลงกระถาง หรือแปลงปลูก
การเตรียมแปลง
ควรเตรียมดินปลูกโดยใช้จอบขุดย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยคอกหว่านและคลุกเคล้าให้เข้ากับดินในแปลง
ในกรณีปลูกในกระถางให้ผสมดินปลูกในกระถางโดยใช้ดินร่วนละเอียดผสมกับปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักในอัตรา 2:1
การดูและรักษา
1. ย้ายกล้าพริกลงแปลงปลูกหรือกระถาง
2. รดน้ำทุกวันในช่วงติดผลระวังอย่าใช้ขาดน้ำ
หลังย้ายลงแปลงปลูก 7-10 วันใส่ปุ๋ย15-15-15อัตราตัน

การปลูกบอนไซ


:: การเลี้ยงและดัดให้ได้รูปทรง::
ในที่นี้จะอธิบายถึงการเลี้ยงและดัดรายละเอียดให้ได้รูปทรง สำหรับต้นไทรจีนต้นนี้เป็นไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมีโคนต้นที่สวยรากออกรอบต้น แต่รายละเอียดของกิ่งไม่เหมาะสม มีกิ่งที่ยาวเกินไปไม่ได้สัดส่วน ดังนั้นจึงตัดให้สั้นลงเพื่อเลี้ยงรายละเอียดใหม่ ให้มีความสมดุลเหมาะสมกับลำต้นและต้องการเลี้ยงให้จบเร็ว ในระยะเริ่มต้น ควรเลี้ยงในกระถางที่ใหญ่ก่อน เพื่อจะให้ไม้ที่จะเลี้ยงได้ดินมาก ๆ ดินที่ใช้ปลูกควรร่วนซุย สำหรับต้นไทรนี้จะเป็นดินขุยไผ่ก็ได้ ดินควรเป็นเม็ดหากดินละเอียดจะจับตัวเป็นเนื้อเดียวกันเร็วกว่าดินที่เป็นเม็ด ดินควรมีส่วนผสมของดินเผาหรือกระถางที่ทุบให้เป็นเม็ด เพื่อจะช่วยให้ดินไม่จับตัวเป็นเนื้อเดียวกันและยังดูดซับน้ำไว้ ช่วยให้ดินมีความชุ่มชื้นตลอดเวลา และควรตัดตุ้มไม้ให้บางจนถึงราก แต่ต้องมีรากพอสมควรหากในอนาคตเราเปลี่ยนใส่กระถางบางจะได้ไม่มีปัญหา เพราะถ้าไม่ตัดให้บางไว้แต่แรกแล้วไปตัดตุ้มให้บางในภายหลังอาจทำให้ตายได้ และไม่ควรใส่ปุ๋ยสำหรับไม้ปลูกใหม่
1. คัดเลือกกิ่งหลักของบอนไซไว้ ตัดให้สั้นลงมาเพื่อให้กิ่งใหม่แตกรายละเอียดออกมา
2.หลังจากตัดกิ่งประมาณ 2 เดือน กิ่งที่เราตัดไว้ก็จะแตกกิ่งออกมาจำนวนมากก็ให้คัดเลือกกิ่งที่ต้องการไว้ โดยกิ่งที่เลือกต้องไม่อยู่ในตำแหน่งที่ตรงข้ามกัน สลับกันไปซ้ายขวา ใช้ลวดเล็กประคองกิ่งที่คัดเลือกไว้แล้วดัดให้คดงอสลับกันไปซ้ายขวา
3.หลังจากที่คัดเลือกกิ่งประมาณ 2 เดือน กิ่งรายละเอียดที่คัดเลือกก็ใหญ่ขึ้นและแตกรายละเอียดออกมา
4.อีก 2 เดือนต่อมาตัดใบออกให้หมดเปลี่ยนดินจะเปลี่ยนกระถางหรือไม่ก็ได้ก็ ไม้จะมีรายละเอียดมากขึ้น เข้าลวดรายละเอียดของกิ่งที่คัดเลือกไว้ในลักษณะสลับกันไปซ้ายขวา
5.หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ไม้เริ่มแตกใบ
ซึ่งจากการเลี้ยงมานี้ใช้ระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีแล้วก็รอให้กิ่งใหญ่ขึ้นและแตกรายละเอียดมากขึ้นทำตามข้อ 2- 4 ต่อไป ก็จะได้รายละเอียดมากขึ้น และไม้ยิ่งสวยมากขึ้น ไปตามระยะเวลาที่เลี้ยง
1 เดือนต่อมา